ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรม นครราชสีมา
Close

รายละเอียดชาติพันธุ์ในนครราชสีมา

Image 1

คำอธิบาย: คำอธิบายภาพส่วย ที่ 1

กลุ่มไทกูย

ส่วย

กลุ่มชาติพันธ์หลัก

ส่วย1

กลุ่มชาติพันธ์ย่อย

มนต์เสน่ห์ชาวเหนือในแดนอีสาน

รายละเอียด
ไทกูย (ส่วย) ในนครราชสีมา

ในอาณาบริเวณอีสานใต้ นอกจากกลุ่มไทอีสานและไทเขมรแล้ว ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความโดดเด่นและมีตำนานผูกพันกับ "ช้าง" อย่างแนบแน่น นั่นคือ "กลุ่มไทกูย" หรือที่คนทั่วไปในอดีตมักเรียกว่า "ส่วย" แม้ในจังหวัดนครราชสีมาจะมีประชากรกลุ่มไทกูยไม่หนาแน่นเท่าจังหวัดสุรินทร์หรือศรีสะเกษ แต่พวกเขาก็ถือเป็นหนึ่งใน 9 กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทในการสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่รอยต่อของโคราช
1. ประวัติศาสตร์และรากฐานความเป็นมา
• ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอีสานใต้: กลุ่มไทกูยเป็นชนพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณตอนล่างของภาคอีสานมายาวนาน ตั้งแต่ก่อนสมัยอยุธยา พวกเขามีความชำนาญในการเดินป่า คล้องช้าง และหาของป่า
• ที่มาของชื่อ "กูย" และ "ส่วย":
o กูย (Kui / Kuay): เป็นชื่อที่พวกเขาใช้เรียกตนเอง ในภาษาของพวกเขาแปลว่า "คน" หรือ "มนุษย์" (ในบางพื้นที่ออกเสียงว่า กวย หรือ กวย)
o ส่วย (Suai): เป็นชื่อที่คนไทยหรือคนนอกกลุ่มใช้เรียกในอดีต มีที่มาจากการที่ชาวกูยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีหน้าที่ส่ง "ส่วย" (เครื่องบรรณาการ) เช่น ของป่า นอแรด งาช้าง และโดยเฉพาะ "ช้าง" ให้กับราชสำนักสยามแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ปัจจุบันชาวกูยส่วนใหญ่ไม่นิยมให้เรียกว่าส่วย และมักให้เรียกว่า "กูย" หรือ "ไทกูย" มากกว่า
• การอพยพและการกลมกลืน: ชาวกูยในโคราชส่วนใหญ่เป็นการขยายชุมชนมาจากฝั่งจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ เพื่อหาที่ดินทำกินใหม่ๆ เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาได้ผสมผสานทางสายเลือดและวัฒนธรรมกับชาวไทอีสานและไทเขมรในพื้นที่อย่างแนบแน่น
2. อัตลักษณ์ทางภาษา
• ภาษากูย: จัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก กลุ่มมอญ-เขมร สาขากะตูอิก (Katuic) เป็นภาษาที่ไม่มีระบบการเขียนดั้งเดิมของตนเอง อาศัยการถ่ายทอดด้วยปากเปล่า
• พหุภาษาแบบกลมกลืน: ชาวไทกูยในโคราชแทบทุกคนเป็นผู้ใช้พหุภาษา (พูดได้หลายภาษา) เมื่ออยู่บ้านอาจจะพูดภาษากูย แต่เมื่อสื่อสารกับคนนอกกลุ่มหรือไปตลาด พวกเขาสามารถปรับตัวพูดภาษาลาว (อีสาน), ภาษาเขมรถิ่นไทย, หรือภาษาโคราชได้อย่างคล่องแคล่ว
• วิกฤตทางภาษา: ปัจจุบันในพื้นที่โคราช ภาษากูยมีความเสี่ยงต่อการสูญหายสูงมาก เนื่องจากคนรุ่นใหม่มักใช้ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษาอีสานเป็นหลักในการสื่อสาร
3. วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณี (ศาสตร์แห่งช้างป่า)
• ความผูกพันกับช้าง: อัตลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของชาวกูยคือความเชี่ยวชาญในการจับช้างป่า (โพนช้าง) การฝึกช้าง และการบังคับช้าง ในอดีตชายชาวกูยที่เติบโตขึ้นจะต้องเรียนรู้วิชาคชศาสตร์จาก "หมอช้าง" ผู้เป็นครูบาอาจารย์
• การเกษตรและการทอผ้า: เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป การคล้องช้างป่าถูกยกเลิก ชาวกูยในโคราชจึงหันมาทำการเกษตรเป็นหลัก เช่น ทำนาข้าว ปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้ สตรีชาวกูยยังมีความชำนาญในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมที่มีลวดลายเฉพาะตัว แม้จะคล้ายคลึงกับผ้าของชาวเขมรแต่ก็มีเอกลักษณ์ลายดั้งเดิมของตนเอง
• ความเรียบง่าย: ชาวกูยมีอุปนิสัยรักสงบ ถ่อมตน และมีความเคารพในผู้อาวุโสอย่างเคร่งครัด
4. คติความเชื่อและศาสนา
• การบูชา "ผีปะกำ" (ศาลปะกำ): นี่คือศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญที่สุดของชาวกูย "เชือกปะกำ" คือเชือกบ่วงบาศที่ทำจากหนังควาย ใช้สำหรับคล้องช้างป่า ชาวกูยเชื่อว่าเชือกนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์และมีวิญญาณของผีปู่ตา หรือบรรพบุรุษหมอช้างสถิตอยู่ ในชุมชนชาวกูยดั้งเดิมจะมีการปลูก "ศาลปะกำ" ไว้ประจำครอบครัวหรือประจำหมู่บ้าน เพื่อเซ่นไหว้ขอพรให้ปกปักรักษาและให้ทำมาหากินคลาดแคล้วปลอดภัย
• พุทธศาสนาผสมผสานวิญญาณนิยม: เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ ในอีสานใต้ ชาวไทกูยในปัจจุบันนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการเคารพผีบรรพบุรุษและผีธรรมชาติ มีการทำบุญตักบาตร แต่ก็ไม่ทิ้งการทำพิธี "เซ่นผีปะกำ"
5. พิกัดชุมชนไทกูย (ส่วย) ในโคราช
ในจังหวัดนครราชสีมา ชุมชนชาวไทกูยจะไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือแยกตัวออกมาชัดเจนเหมือนในจังหวัดสุรินทร์ แต่จะตั้งถิ่นฐานปะปนกับชาวไทอีสานและไทเขมร โดยจะพบการกระจายตัวอยู่ในเขต "พื้นที่รอยต่อทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้" ที่ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่:
• อ.ห้วยแถลง: มีชุมชนชาวไทกูยอาศัยอยู่ปะปนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น
• อ.ชุมพวง: บริเวณที่ราบและชุมชนที่ขยายมาจากฝั่งบุรีรัมย์
• อ.หนองบุญมาก และ อ.ครบุรี: บริเวณรอยต่อชายแดนใต้ที่บางหมู่บ้านยังคงสืบเชื้อสายและรับรู้ถึงความเป็นกูยของบรรพบุรุษตนเอง
แม้ในโคราช วิถีของ "หมอช้าง" จะเลือนหายไปตามกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงของสภาพป่าไม้ แต่เลือดเนื้อและรากเหง้าความเชื่อของชาวไทกูย ก็ยังคงฝังรากลึกและเป็นส่วนหนึ่งของโมเสกทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
สถานที่ตั้ง

อ.ห้วยแถลงอ.ชุมพวงอ.หนองบุญมาก อ.ครบุรี

วันที่จัดเก็บ: 2026-06-13 รหัส: #11

" ส่งเสริม สืบสาน ชาติพันธ์โคราช "

โดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

www.koratculture.com