คลังข้อมูลดิจิทัลมรดกทางวัฒนธรรมโคราช ของ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรม นครราชสีมา

ข้อมูลมรดกวัฒนธรรม

ภาพประกอบ

ลำดับที่ 10
รายละเอียดภาพ : คำอธิบายภาพญัฮกุร ที่ 1


รายละเอียดภาพ :

ชื่อมรดกวัฒนธรรม

ญัฮกุร

ประเภทมรดกวัฒนธรรม

กลุ่มไทมอญ


ในบรรดากลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในจังหวัดนครราชสีมา "กลุ่มชาวบน" หรือที่พวกเขาเรียกตัวเองว่า "ญัฮกุร" (Nyah Kur) ถือเป็นกลุ่มชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุด พวกเขาอาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนการเกิดรัฐชาติหรือก่อนการตั้งเมืองโคราชเสียอีก ถือเป็นกลุ่มชนที่นักประวัติศาสตร์และนักภาษาศาสตร์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเปรียบเสมือน "ฟอสซิลที่มีชีวิต" ของอาณาจักรโบราณ 1. ประวัติศาสตร์และรากฐานความเป็นมา (ทายาทแห่งทวารวดี) • ร่องรอยจากยุคทวารวดี: นักวิชาการส่วนใหญ่สันนิษฐานและมีหลักฐานทางภาษาศาสตร์ยืนยันว่า ชาวบน (ญัฮกุร) เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากชาวมอญโบราณในยุค "อาณาจักรทวารวดี" (ราวพุทธศตวรรษที่ 11-16) เมื่ออาณาจักรล่มสลายลงจากการขยายอำนาจของขอม ผู้คนส่วนหนึ่งได้อพยพหลบหนีเข้าไปอยู่ในป่าลึกและพื้นที่ภูเขา เพื่อรักษาความสงบและวิถีชีวิตของตนเองไว้ • ที่มาของชื่อ "ชาวบน" และ "ญัฮกุร": o ชาวบน: เป็นชื่อที่คนไทยและคนลาวใช้เรียกกลุ่มนี้ เนื่องจากพวกเขามักตั้งถิ่นฐานอยู่บนพื้นที่สูง ภูเขา หรือที่ราบลุ่มบนเขา o ญัฮกุร (Nyah Kur): เป็นชื่อที่พวกเขาใช้เรียกตนเอง ในภาษาของพวกเขา "ญัฮ" แปลว่า คน และ "กุร" แปลว่า ภูเขา รวมความแล้วหมายถึง "คนภูเขา" หรือผู้ที่อาศัยอยู่ตามป่าเขา 2. อัตลักษณ์ทางภาษา (กุญแจไขอดีต) • ภาษามอญโบราณ: ภาษาญัฮกุร จัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก กลุ่มมอญ-เขมร สาขามอญ ซึ่งเป็นภาษาที่มีความใกล้ชิดกับภาษามอญโบราณที่จารึกไว้ในศิลาจารึกยุคทวารวดีมากที่สุด ทำให้นักภาษาศาสตร์สามารถใช้ภาษาของชาวบนเพื่อแปลความหมายในศิลาจารึกโบราณได้ • ภาษาที่ไม่มีตัวเขียน: ภาษาญัฮกุรเป็น "ภาษาพูด" เท่านั้น ไม่มีตัวอักษรหรือภาษาเขียนเป็นของตนเอง มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการพูดคุยและนิทานปรัมปรา • สถานการณ์ปัจจุบัน (วิกฤตสูญหาย): ปัจจุบันภาษาญัฮกุรจัดอยู่ในกลุ่มภาษาที่ใกล้สูญวิกฤต (Endangered Language) เนื่องจากคนรุ่นใหม่หันมาใช้ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นโคราช/อีสานมากขึ้น การสื่อสารด้วยภาษาญัฮกุรจึงมักจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ 3. วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณี • วิถีชีวิตที่เรียบง่ายและรักสงบ: ชาวบนมีอุปนิสัยรักสงบ ไม่ชอบความขัดแย้ง ในอดีตมักดำรงชีพด้วยการหาของป่า ล่าสัตว์ และทำไร่เลื่อนลอย แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาตั้งถิ่นฐานถาวร ทำการเกษตร เช่น ทำนา ทำไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง • การแต่งกาย: ในอดีตสตรีชาวบนนิยมนุ่งผ้าซิ่นที่ทอเอง สวมเสื้อคอกลมแขนสั้น มีประเพณีการเจาะหูและใส่ต่างหูขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้ มักจะเคี้ยวหมากจนฟันดำ ปัจจุบันการแต่งกายได้กลมกลืนไปกับชาวไทยทั่วไปแล้ว จะแต่งกายแบบดั้งเดิมเฉพาะในงานประเพณีสำคัญ • การละเล่นและนิทานปรัมปรา: มีการละเล่นพื้นบ้านที่สะท้อนวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ และมีนิทานปรัมปรา (เช่น เรื่องพาชีเฒ่า) ที่เล่าสืบต่อกันมาเพื่อสอนลูกหลานให้เคารพธรรมชาติและบรรพบุรุษ 4. คติความเชื่อและศาสนา • ความเชื่อเรื่องผีและธรรมชาติ (วิญญาณนิยม): ก่อนจะรับเอาศาสนาพุทธเข้ามา ชาวบนมีความเชื่อที่ฝังลึกเกี่ยวกับการนับถือผีป่า ผีเขา และผีบรรพบุรุษ พวกเขาเชื่อว่าทุกสรรพสิ่งในธรรมชาติมีจิตวิญญาณสถิตอยู่ จึงต้องให้ความเคารพและไม่ตัดไม้ทำลายป่าอย่างเปล่าประโยชน์ • การรักษาโรค: เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ในอดีตจะมีการทำพิธีเสี่ยงทายและเชิญผีบรรพบุรุษมาช่วยรักษาผ่านหมอผีประจำหมู่บ้าน • พุทธศาสนาในปัจจุบัน: ปัจจุบันชาวบนส่วนใหญ่หันมานับถือศาสนาพุทธเถรวาท มีการทำบุญตักบาตรและเข้าวัด แต่ก็ยังคงรักษาการเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามความเชื่อดั้งเดิมควบคู่กันไป 5. พิกัดชุมชนชาวบน (ญัฮกุร) ในโคราช ถิ่นฐานของชาวบนในประเทศไทยจะกระจายตัวอยู่ตามแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์และเทือกเขาดงพญาเย็น (รอยต่อจังหวัดเพชรบูรณ์, ชัยภูมิ, และนครราชสีมา) สำหรับใน จังหวัดนครราชสีมา ชุมชนชาวบนจะตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ราบเชิงเขาและป่าลึก ได้แก่: • อ.ปักธงชัย: พบชุมชนชาวบนในพื้นที่ตำบลลำนางแก้ว และบริเวณใกล้เคียง • อ.ครบุรี: บริเวณหมู่บ้านที่อยู่ติดกับแนวป่าทึบและภูเขา • พื้นที่รอยต่อ: นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงทางเครือญาติอย่างใกล้ชิดกับชุมชนชาวบนกลุ่มใหญ่ที่อยู่ใน อ.เทพสถิต และ อ.หนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งอยู่ติดกับเขตนครราชสีมา แม้ประชากรชาวบนในโคราชจะไม่ได้มีจำนวนมากมายเหมือนกลุ่มไทโคราชหรือไทอีสาน แต่พวกเขาคือ "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของดินแดนแห่งนี้ในยุคที่เก่าแก่ที่สุด ก่อนการเข้ามาของอารยธรรมขอมและสยาม
• อ.ปักธงชัย• อ.ครบุรี:• พื้นที่รอยต่อ: นอกจากนี้ยังมีความเชื่อมโยงทางเครือญาติอย่างใกล้ชิดกับชุ

2026-06-13

" ส่งเสริม สืบสาน ชาติพันธ์โคราช "

โดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

www.koratculture.com