คลังข้อมูลดิจิทัลมรดกทางวัฒนธรรมโคราช ของ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรม นครราชสีมา
ข้อมูลมรดกวัฒนธรรม
ภาพประกอบ
ลำดับที่
11
รายละเอียดภาพ : คำอธิบายภาพส่วย ที่ 1
รายละเอียดภาพ :
ชื่อมรดกวัฒนธรรม
ส่วย
ประเภทมรดกวัฒนธรรม
กลุ่มไทกูย
ไทกูย (ส่วย) ในนครราชสีมา ในอาณาบริเวณอีสานใต้ นอกจากกลุ่มไทอีสานและไทเขมรแล้ว ยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความโดดเด่นและมีตำนานผูกพันกับ "ช้าง" อย่างแนบแน่น นั่นคือ "กลุ่มไทกูย" หรือที่คนทั่วไปในอดีตมักเรียกว่า "ส่วย" แม้ในจังหวัดนครราชสีมาจะมีประชากรกลุ่มไทกูยไม่หนาแน่นเท่าจังหวัดสุรินทร์หรือศรีสะเกษ แต่พวกเขาก็ถือเป็นหนึ่งใน 9 กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทในการสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมในพื้นที่รอยต่อของโคราช 1. ประวัติศาสตร์และรากฐานความเป็นมา • ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของอีสานใต้: กลุ่มไทกูยเป็นชนพื้นเมืองที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณตอนล่างของภาคอีสานมายาวนาน ตั้งแต่ก่อนสมัยอยุธยา พวกเขามีความชำนาญในการเดินป่า คล้องช้าง และหาของป่า • ที่มาของชื่อ "กูย" และ "ส่วย": o กูย (Kui / Kuay): เป็นชื่อที่พวกเขาใช้เรียกตนเอง ในภาษาของพวกเขาแปลว่า "คน" หรือ "มนุษย์" (ในบางพื้นที่ออกเสียงว่า กวย หรือ กวย) o ส่วย (Suai): เป็นชื่อที่คนไทยหรือคนนอกกลุ่มใช้เรียกในอดีต มีที่มาจากการที่ชาวกูยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีหน้าที่ส่ง "ส่วย" (เครื่องบรรณาการ) เช่น ของป่า นอแรด งาช้าง และโดยเฉพาะ "ช้าง" ให้กับราชสำนักสยามแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน ปัจจุบันชาวกูยส่วนใหญ่ไม่นิยมให้เรียกว่าส่วย และมักให้เรียกว่า "กูย" หรือ "ไทกูย" มากกว่า • การอพยพและการกลมกลืน: ชาวกูยในโคราชส่วนใหญ่เป็นการขยายชุมชนมาจากฝั่งจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ เพื่อหาที่ดินทำกินใหม่ๆ เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาได้ผสมผสานทางสายเลือดและวัฒนธรรมกับชาวไทอีสานและไทเขมรในพื้นที่อย่างแนบแน่น 2. อัตลักษณ์ทางภาษา • ภาษากูย: จัดอยู่ในตระกูลภาษาออสโตรเอเชียติก กลุ่มมอญ-เขมร สาขากะตูอิก (Katuic) เป็นภาษาที่ไม่มีระบบการเขียนดั้งเดิมของตนเอง อาศัยการถ่ายทอดด้วยปากเปล่า • พหุภาษาแบบกลมกลืน: ชาวไทกูยในโคราชแทบทุกคนเป็นผู้ใช้พหุภาษา (พูดได้หลายภาษา) เมื่ออยู่บ้านอาจจะพูดภาษากูย แต่เมื่อสื่อสารกับคนนอกกลุ่มหรือไปตลาด พวกเขาสามารถปรับตัวพูดภาษาลาว (อีสาน), ภาษาเขมรถิ่นไทย, หรือภาษาโคราชได้อย่างคล่องแคล่ว • วิกฤตทางภาษา: ปัจจุบันในพื้นที่โคราช ภาษากูยมีความเสี่ยงต่อการสูญหายสูงมาก เนื่องจากคนรุ่นใหม่มักใช้ภาษาไทยมาตรฐานหรือภาษาอีสานเป็นหลักในการสื่อสาร 3. วิถีชีวิตและวัฒนธรรมประเพณี (ศาสตร์แห่งช้างป่า) • ความผูกพันกับช้าง: อัตลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของชาวกูยคือความเชี่ยวชาญในการจับช้างป่า (โพนช้าง) การฝึกช้าง และการบังคับช้าง ในอดีตชายชาวกูยที่เติบโตขึ้นจะต้องเรียนรู้วิชาคชศาสตร์จาก "หมอช้าง" ผู้เป็นครูบาอาจารย์ • การเกษตรและการทอผ้า: เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนไป การคล้องช้างป่าถูกยกเลิก ชาวกูยในโคราชจึงหันมาทำการเกษตรเป็นหลัก เช่น ทำนาข้าว ปลูกมันสำปะหลัง นอกจากนี้ สตรีชาวกูยยังมีความชำนาญในการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและทอผ้าไหมที่มีลวดลายเฉพาะตัว แม้จะคล้ายคลึงกับผ้าของชาวเขมรแต่ก็มีเอกลักษณ์ลายดั้งเดิมของตนเอง • ความเรียบง่าย: ชาวกูยมีอุปนิสัยรักสงบ ถ่อมตน และมีความเคารพในผู้อาวุโสอย่างเคร่งครัด 4. คติความเชื่อและศาสนา • การบูชา "ผีปะกำ" (ศาลปะกำ): นี่คือศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญที่สุดของชาวกูย "เชือกปะกำ" คือเชือกบ่วงบาศที่ทำจากหนังควาย ใช้สำหรับคล้องช้างป่า ชาวกูยเชื่อว่าเชือกนี้เป็นของศักดิ์สิทธิ์และมีวิญญาณของผีปู่ตา หรือบรรพบุรุษหมอช้างสถิตอยู่ ในชุมชนชาวกูยดั้งเดิมจะมีการปลูก "ศาลปะกำ" ไว้ประจำครอบครัวหรือประจำหมู่บ้าน เพื่อเซ่นไหว้ขอพรให้ปกปักรักษาและให้ทำมาหากินคลาดแคล้วปลอดภัย • พุทธศาสนาผสมผสานวิญญาณนิยม: เช่นเดียวกับกลุ่มอื่นๆ ในอีสานใต้ ชาวไทกูยในปัจจุบันนับถือพระพุทธศาสนาควบคู่ไปกับการเคารพผีบรรพบุรุษและผีธรรมชาติ มีการทำบุญตักบาตร แต่ก็ไม่ทิ้งการทำพิธี "เซ่นผีปะกำ" 5. พิกัดชุมชนไทกูย (ส่วย) ในโคราช ในจังหวัดนครราชสีมา ชุมชนชาวไทกูยจะไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือแยกตัวออกมาชัดเจนเหมือนในจังหวัดสุรินทร์ แต่จะตั้งถิ่นฐานปะปนกับชาวไทอีสานและไทเขมร โดยจะพบการกระจายตัวอยู่ในเขต "พื้นที่รอยต่อทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้" ที่ติดกับจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่: • อ.ห้วยแถลง: มีชุมชนชาวไทกูยอาศัยอยู่ปะปนกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น • อ.ชุมพวง: บริเวณที่ราบและชุมชนที่ขยายมาจากฝั่งบุรีรัมย์ • อ.หนองบุญมาก และ อ.ครบุรี: บริเวณรอยต่อชายแดนใต้ที่บางหมู่บ้านยังคงสืบเชื้อสายและรับรู้ถึงความเป็นกูยของบรรพบุรุษตนเอง แม้ในโคราช วิถีของ "หมอช้าง" จะเลือนหายไปตามกาลเวลาและการเปลี่ยนแปลงของสภาพป่าไม้ แต่เลือดเนื้อและรากเหง้าความเชื่อของชาวไทกูย ก็ยังคงฝังรากลึกและเป็นส่วนหนึ่งของโมเสกทางวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา
อ.ห้วยแถลงอ.ชุมพวงอ.หนองบุญมาก อ.ครบุรี
2026-06-13
" ส่งเสริม สืบสาน ชาติพันธ์โคราช "
โดย สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
www.koratculture.com